บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ เกษตรน่ารู้

สาวบัญชี ลบคำดูถูก ปลูกสตรอว์เบอรี่ โกยเงินล้าน!!

รูปภาพ
สาวบัญชี เคยโดนดูถูก “เรียนสูง แต่ดันเป็นเกษตรกร” ลบคำสบประมาท ปลูกสตรอว์เบอรี่ โกยเงินล้าน ชิลล์ ชิลล์ ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกภาคในประเทศไทยสามารถปลูกสตรอว์เบอรี่ได้ ดั่งเช่นที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าของไร่ คือ คุณพิมพ์วรัตน์ คำเรือง หรือคุณน็อต สาวนักบัญชี จากรั้วมหาวิทยาลัยสยาม น็อต เล่าว่า หลังเรียนจบคณะบัญชี จากมหาวิทยาลัยสยาม ก็ไม่คิดทำงานประจำ คิดแต่เพียงว่าจะกลับบ้าน ไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ เพราะพ่อแม่เป็นเกษตรกร ปลูกมะนาว ปลูกแตงกวา แต่ทว่ามะนาวราคาไม่แนนอน เลยทดลองหาผลไม้แปลกๆ มาปลูก ในที่สุดเลือกปลูกสตรอว์เบอรี่ เคยโดนสบประมาทจากเพื่อนบ้านว่าพ่อแม่อุตสาห์ส่งเสียให้เรียนสูงจบปริญญาตรี แต่กลับเลือกมาเป็นเกษตรกร จากคำดูถูกนั้น เป็นแรงผลักดันให้สาวนักบัญชีเจนวาย มุ่งมั่นและทุ่มเท ปลูกสตรอว์เบอรี่ ดูสักตั้ง ที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเธอเก็บผลสดขายทุกวันวันละเกือบ 40 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 350 บาท เรียกว่ามีรายได้หลักล้านบาทต่อปี มีเงินใช้สบายๆ พ่อกับแม่ของน็อต มีอาชีพเป็นเกษตรกรมาตลอดทั้งชีวิต โดยลูก...

ปลูกผักในกระบอกไม้ไผ่ไว้กินเอง วิถีธรรมชาติทำง่ายไม่ยาก

รูปภาพ
สำหรับผักที่เหมาะกับการปลูกในกระบอกไม้ไผ่นั้น ควรเป็นผักอายุสั้น เเละไม่มีรากมากจนเกินไปนัก การปลูกเหมาะสมกับการหยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงหลุมในกระบอกไม้ไผ่มากกว่าการนำต้นกล้าที่เพาะจากภาชนะเพาะมาปลูก การทำชุดปลูกผักจากกระบอกไม้ไผ่ขั้นต้นคือการเตรียมไม้ไผ่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะนำไปวาง จากนั้นตัดไม้ไผ่ขนาดยาวประมาณ 1.50-2 เมตร เลือกปล้องที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถบรรจุดินได้มากเพียงพอในการปลูกผัก เลื่อยเหนือข้อไม้ไผ่ทั้ง 2 ด้านให้ลึกประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วใช้มีดฟันเซาะไปตามเเนวยาว จากนั้นใช้ค้อนตอกข้อไม้ไผ่ให้ทะลุเป็นช่องยาว เพื่อสะดวกสำหรับบรรจุดิน และเป็นทางสำหรับน้ำซึมผ่าน เว้นไว้เฉพาะข้อไผ่ที่อยู่ตรงปลายของทั้งสองข้างเพื่อกั้นดินและน้ำไม่ให้ไหลออก จากนั้นหาไม้มาสร้างฐานเพื่อวางไม้ไผ่หรือจะเอาไม้ผ่าบากปลายให้เป็นง่ามสำหรับรองรับก็ได้ โดยฐานอาจจะยาวไม่เท่ากัน ขึ้นกับความลาดเอียงของพื้นที่ แต่ไม่ควรให้เอียงเกิน 5 เซนติเมตร เเละระยะห่างของไม้ฐานเเต่จุดควรอยู่ที่ประมาณ 15-20 เซนติเมตร สำหรับรองรับน้ำหนัก ตอกไม้ในเเนวขวางในเเต่ละช่วงของกระบอกไม้ไ...

ปลูกผักสวนครัวแบบกินได้จริง ควรทำอย่างไร?

รูปภาพ
ทุกวันนี้อาหารการกินแตะต้องอะไรก็มีสารพิษไปหมด จากข่าวสารพิษตกค้างในผัก ฟังแล้วสยองเพราะผักที่มีสารพิษตกค้างเป็นผักที่ชอบทานทั้งนั้น ดังนั้นพวกเราถ้ามีเวลาว่างก็ควรหันมาปลูกผักทานเองที่บ้านกันดีกว่า รับรองปลอดภัยหายห่วง ว่าแต่ที่เห็นส่วนใหญ่มักจะปลูกกันไม่ค่อยสำเร็จ มาดูเคล็ดลับเหล่านี้ดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรถึงจะปลูกผักสวนครัวแล้วกินได้จริง 1.เริ่มต้นจากปลูกผักน้อยชนิด เวลานึกจะปลูกผักเรามักจะลิสต์ว่าอยากกินผักอะไรบ้าง รวมแล้วบางคนมีเป็น 10 ชนิด แต่พอปลูก เอ้า! พื้นที่ไม่พอบ้าง ดูแลไม่ทั่วถึงบ้าง แถมยังไม่พอกินเสียอีก ดังนั้นเราแนะนำให้เลือกปลูกผักเพียงไม่กี่ชนิด แต่ให้เน้นที่การปลูกในปริมาณที่มากพอสำหรับการรับประทาน เวลาเก็บผลผลิตจะได้มีทาน 2.รดน้ำอย่างเป็นเวลา พืชผักบางชนิดชอบน้ำมากน้อยไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรจัดเวลาการรดน้ำผักเพื่อเตือนว่าเราต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ และยังช่วยควบคุมเรื่องการให้ปุ๋ยด้วย 3.สร้างรั้วป้องกัน การแบ่งพื้นที่ปลูกผักด้วยการสร้างรั้วนอกจากสร้างความสวยงามให้พื้นที่นั้นๆ แล้ว ยังป้องกันสัตว์ต่างๆ มารบกวนพืชผักของเราอีกด้วย 4.สวนแนวตั้ง เดี๋ยวนี้ก...

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปลูกดอกเบญจมาศ สร้างรายได้ เดือนละ 1 แสน !!

รูปภาพ
คุณ บัวคำ วรรณการ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 3 บ้านตาติด ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่ปลูกไม้ดอกเพื่อจำหน่าย โดยปลูกตลอดทั้งปี จนสามารถสร้างรายได้อย่างงดงาม ทำให้ชีวิตพออยู่ พอกิน ไม่มีหนี้สิน มีเงินใช้จ่ายไม่ขัดสนและยังเหลือเก็บฝากธนาคารอีกด้วย ส่วนดอกไม้ที่ปลูกนั้นคือ ดอกเบญจมาศ สีเหลืองและสีขาว มีทั้งพันธุ์ขาวญี่ปุ่น พันธุ์ขาวปิงปอง ส่วนสีเหลืองก็เป็นพันธุ์เหลืองเรวดี พันธุ์เหลืองขมิ้น คุณ บัวคำ เล่าว่า เดิมทีครอบครัวตนจะประกอบอาชีพทำนาอย่างเดียว ต่อมาเพื่อนบ้านได้พากันปลูกดอกเบญจมาศขาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ตนก็ยังลังเลใจอยู่ เพราะไม่มั่นใจในการตลาดและยังไม่มีความรู้ หลังจากดูเพื่อนบ้านปลูกเป็นเวลาหลายปี พร้อมศึกษาการปลูก การดูแลไปในตัว จึงตัดสินใจลงมือปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยแบ่งที่นามาทำเป็นแปลงเพาะปลูกดอกเบญจมาศจำนวน 4 ไร่ โดยปลูกเบญจมาศสีเหลืองและสีขาว มีทั้งพันธุ์ขาวญี่ปุ่น พันธุ์ขาวปิงปอง ส่วนสีเหลืองก็เป็นพันธุ์เหลืองเรวดี พันธุ์เหลืองขมิ้น เพราะเป็นที่ต้องการของลูกค้าและตลาดไม้ดอก และดอกของเบญจมาศที่ปลูกกันอยู่จะมี 3 ขนาด คือ...

ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยน้ำดีอย่างไร ไปดูกัน?

รูปภาพ
ปุ๋ยทางใบ เป็นปุ๋ยที่เป็นสารละลายแล้ว ฉีดพ่นทางใบ เพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช ใบพืชอยู่ในอากาศ จะมีโอกาสดูดธาตุอาหารได้เฉพาะ จากสารละลายที่มาสัมผัสใบเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ใบจึงได้รับธาตุอาหารตามธรรมชาติจากน้ำฝนและน้ำค้าง การฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช เป็นการช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารได้มากขึ้นและเร็วขึ้น         ชนิดของปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางใบที่ใช้กันอยู่มี 2 ชนิด คือ ปุ๋ยเกล็ด เป็นปุ๋ยชนิดแข็งที่มีสภาพเป็นรูปผลึกของสารประกอบ ผลิตจากการนำแม่ปุ๋ยชนิดต่างๆ มาผสมกัน ให้ได้สูตรที่ต้องการ เป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำง่าย ส่วนปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเหลว เป็นปุ๋ยที่ได้จากการละลายแม่ปุ๋ยในน้ำให้ได้สัดส่วนเป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ โดยที่แม่ปุ๋ยจะถูกละลายได้ทั้งหมด วิธีใช้ปุ๋ยเพียงแต่นำมาเจือจางด้วยน้ำในอัตราที่พอเหมาะ แล้วนำไปฉีดพ่นพืชได้ทันที          ข้อดีของปุ๋ยทางใบ จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากการย้ายปลูกและตั้งตัวได้แล้ว สามารถใช้กับอาการขาดธาตุอาหารในระยะแรกๆ ได้ดี  อาจใช้ผสมกับการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโ...